Thursday, November 10, 2022

ครั้งที่7

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ การส่งเสริมพัฒนาการเด็กวัย 0-3 ปี กระบวนการพัฒนาการของเด็ก มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพัฒนาการของสมอง พบว่าสมองจะมีการพัฒนาอย่างมากตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา -แรกเกิด หมั่นให้ความสนใจเมื่อเด็กร้องและอุ้มเด็กไว้ เพื่อให้เกิดความอบอุ่นและเชื่อมั่น -เด็กวัย 1– 2 ปี ให้เล่นเตะบอล โยนบอล ให้หัดดูหนังสือและพลิกทีละหน้า ให้เข้าห้องน้ำ ถอดกางเกงเวลาอุจจาระ ปัสสาวะ ให้กินอาหารด้วยตนเองพูดคุยซักถามให้เด็กตอบ สอนให้รู้จักสีแล จำนวน ให้หัดขีดเขียนรูปกากะบาด และวงกลม ให้ต่อแท่งไม้ -เด็กวัย 2-3 ปี ส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้ง การวิ่งเล่น การเข้ากลุ่มกับเด็กอื่น ฝึกหัดการขีดเขียน ฝึกหัดการช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน การฝึกหัดขับถ่าย ฝึกหัดให้ควบคุมตนเองเวลาโกรธ โมโห สอนให้รักการอ่าน โดยมีคนทำเป็นตัวอย่าง มีหนังสือที่เหมาะสม และสอนให้รู้จักการแบ่งปัน

ครั้งที่6

มีการลงความคิดเห็นภายในกลุ่ม แสดงความคิดเห็นต่างๆ ว่าจะทำอย่างไร เนื้อหาประมาณไหน และนำเสนอในรูปแบบใด ได้ข้อสรุปและเริ่มทำงาน เพราะเป็นงานที่อาจารย์มอบหมายให้ทำ และแต่ละกลุ่มออกแบบหัวข้อเป็นกลุ่มของตัวเอง

ครั้งที่5

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
เด็กปฐมวัย คือ เด็กที่มีอายุตั้งแต่ปฏิสนธิถึง 6 ปีบริบูรณ์ การอบรมและเลี้ยงดูแก่เด็ก ปฐมวัยมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเด็กวัยนี้ต้องการการเรียนรู้ ในสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว ผ่าน ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้าน จากบิดา มารดา คนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลให้เกิดพัฒนาการที่ เป็นรากฐานของ บุคลิกภาพ อุปนิสัย และการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและจิตใจ สมอง สติปัญญา

Tuesday, September 27, 2022

ครั้งที่11

สรุปรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู การอบรมเลี้ยงดูบุตรประกอบด้วย 2 มิติ 1.มิติควบคุมจากหรือเรียกร้องจากบิดามารดา 2.มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูมี 4 รูปแบบ 1.การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ -เรียกร้องพฤติกรรมที่เหมาะสมกับวัย -กำหนดกฎระเบียบวินัย -กระตุ้นให้ปฏิบัติตามกฎ -ให้ความอบอุ่น รัก และสนับสนุน -สื่อสารสองทางให้ชัดเจน -ส่งเสริมให้เป็นตัวของตัวเองและพึ่งพาตันเอง -เคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน -ให้รางวัลมากกว่าลงโทษ 2.การอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม 3.การอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ 4.การอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง รูปแบบการอบรมเลี้ยงดุที่มีประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้มีความสามารถในการปรับตัวมีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความฉลาดทางอารมณ์ คือรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ การเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ประกอบด้วย คุณลักษณะ 8 ประการ และ 2 มิติ ทำให้เด้กมีการเจริญเติบโตเป้นประชากรที่ดีมีคุณภาพ การอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบตามใจ และแบบทอดทิ้ง ล้วนเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลทางลบต่อเด็กไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น การอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม ส่งผลให้เด็กมักไม่ค่อยมีความสุข ชอบหลีกหนีสังคม มีความวิตกกังวลและรู้สึกไม่มั่นคง เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดุแบบควบคุมมักมีอารมณ์ทางบวกคือ มีการควบคุมตนเองสุง มีวินัย และมีความซื่อสัตย์สูง การเลี้ยงดูแบบตามใจ เด็กมักไม่มีศักยภาพตามวุฒิภาวะ มีความสามารถในการควบคุมตนเองต่ำ มีการพึ่งพาผู้อื่นสูง และมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ การเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง ส่งผลให้เด้กมีความก้าวร้าว ต่อต้านสังคม นำไปสู่การติดยาเสพติด การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพมี 2 ปัจจัย 1.ปัจจัยด้านพันธุกรรม 2.ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ปัจจัยสำคัญที่จะสามารถยกมาตรฐานทรัพยาการมนุษย์ของประเทศ ในด้านคุรธรรม ความมีระเบียบวินัย ความรรับผิดชอบต่อหน้าที่ การเสียสละและเห็นผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน กระทำได้โดยผ่านกระบวนการของรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู และความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับสมาชิกในครอบครัว วิธีการเลี้ยงดูของบิดามารดามีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางสังคมของเด็กได้ เช่น การเลี้ยงแบบเอาใจใส่ เด็กจะมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีมีทักษะทางสังคม ให้ความร่วมมือกับผู้ใหญ่ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เมื่อเปรียบเทียบความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กวัยย่างเข้าสู่วัยรุ่น เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูในรูปแบบต่างๆมีความแตกต่างกัน เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่มีความฉลาดทางอารมณ์สูงกว่าเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบตามใจ และแบบทอดทิ้ง

Tuesday, August 9, 2022

ครั้งที่4

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ ได้ฝึกการทำสื่อในรูปแบบของการวาดภาพและพับตามรอย เป็นสื่อในการเล่านิทานได้ มีจินตนาการในการตกแต่ง และการวาดภาพ ยังฝึกทักษะให้เด็กได้ใช้ความคิด นำไปสู่การเล่านิทานต่างๆจากกระดาษอ้าปาก นี้ได้ดีอีกด้วย

Tuesday, July 19, 2022

ครั้งที่3

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
-ได้รู้การจำว่า ความจำในวัยเด็กเราจำได้หรือไม่
ว่าแม่เคยร้องเพลงกล่อมเรารึป่าว และเนื้อหาของเพลงที่แม่ร้องให้ฟังมีผลต่อเรามากน้อยแค่ไหนในตอนนั้น และความรู้สึกเป็นอย่างไร
-ฝึกการร้องเพลงกล่อเด็กไปในตัว และเนื้อหาของเพลงที่หามามีความสำคัญอย่างไร และในส่วนของใบงานเดี่ยวที่ทำเอง ได้นึกย้อนกลับไปในวัยเด็กของเราและส่วนตัวเราคิดว่าแม่ไม่เคยกล่อมเรานอนเลยหรืออาจจะเคยแต่เป็นเราเองที่จำไม่ได้
-อีกหัวข้ได้เป็นคนอื่นคือการได้รู้สึกว่าคนที่โดนแม่กล่อมตอนนอนมันรู้สึกอย่างไ เหมือนเอาตัวเองไปรู้สึกในตัวของคนอื่นในตอนนั้น
-ส่วนงานกลุ่มต้องมารวมกัน ฝึกร้องเสียงให้ไปในโทนเดียวกัน และเพลงยังต้องเลือกให้ตรงกัน เเละวิธีการเลือกก็ต้องเป็นแบบประชาธิปไตย ฟัวเสียงส่วนมาก มากกว่าเสียงส่วนน้อย

 

Tuesday, July 12, 2022

ครั้งที่2


สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้

ได้รู้บทบาทต่างๆของครูและพ่อแม่ว่ามีอะไรบ้างไดเรียนรู้การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ของเราว่าอบรมเลี้ยงลูกมาแบบไหนเป็นคนอย่างไรและมีวิธีการอบรมเลี้ยงดูแบบเข้มงวดหรือไม่ หรือแบบปล่อยปละละเลยหรือการอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตยการใช้เหตุและผลในการเลี้ยงดู และในส่วนหัวข้อที่ได้มาจึงได้รู้ว่าเราถูกอบรมเลี้ยงดูมาแบบประชาธิปไตยการใช้เหตุและผล

- และงานที่ทำเองได้รู้จักวางแผนรูปแบบงานได้ด้วยตัวเองจัดมุมั จัดองค์ประกอบของบทความเองได้ทำตามแบบที่ตัวเองชอบและรู้จักการอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ของตัวเราเองด้วย














 -และในส่วนของงานที่ทำเป็นกลุ่มนั้นต้องปรึกษากับเพื่อนๆ ได้แลกเปลี่ยนความคิดของกันและกันได้วางแผนจัดองค์ประกอบของงานของเราและของเพื่อนให้อยู่ในแบบแผนเดียวกันและงานชิ้นนี้ยังสร้างความสามัคคีภายในกลุ่มอีกด้วย


ครั้งที่13

อาจารย์ให้ทำมาม่ากิน เพราะอาจารย์เลี้ยง ให้เรานำวัตถุดิบมาเองอยากกินอะไรก็ซื้อมา แม้จะเป็นเนื้อสัตว์ต่างๆ ลูกชิ้น ผัก ได้กินร่วมกับเพื่อ...